เลือกเทคโนโลยีแห่ง สายพันธุ์ยานยนต์เลือก All New Honda Jazz

จากสถิติความคิดเห็นของผู้ใช้รถรุ่นใหม่  และผลจากการวิจัยระบุว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมานิยมรถที่มีราคาถูกลง มีขนาดไซส์เล็กลงกว่าขนาดรถในอดีต  แต่จะเลือกหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของเทคโนโลยีที่ติดมากับรถเสียมากกว่า

แนวคิดดังกล่าวของคนรุ่นใหม่นี้เอง   ทำให้ค่ายรถต่างๆมาสามารถหยุดนิ่งในการพัฒนาสายพันธุ์ยานยนต์ได้ ด้วยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นกับบรรดาค่ายรถ  ที่จะต้องพัฒนากันอย่างก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งนับเป็นเรื่องดีสำหรับวงการอุตสาหกรรมยานยนต์และผู้บริโภคอย่างเราในภาพรวม

และสำหรับ Honda เองก็นับเป็นค่ายแถวหน้า ที่ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาด้านเทคโนโลยี    ยานยนต์อย่างต่อเนื่อง    ในปี2018 นี้เอง Honda ได้เตรียมจัดทัพใหญ่ปล่อยขุนศึกออกมาสร้างสีสันให้กับสาวกรุ่นใหม่          วัยมันส์พันธุ์แท้ของHonda อีกครั้ง  เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยการส่งเทคโนโลยีแห่งยานยนต์ที่มาพร้อมดีไซด์สปอร์ตรอบคันของ All New Honda Jazz เข้าสู่สนาม

ประเด็นสำคัญที่เป็นไฮไลท์เปิดตัวของ  All New Honda Jazz ไม่ได้หยุดอยู่ตรงที่เทคโนโลยีแห่งงานดีไซด์ของ All New Honda Jazz เท่านั้น    ความน่าสนใจของเทคโนโลยีดังกล่าว อยู่ที่รูปแบบการนำเอาเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่มากกว่า   ตอบโจทย์คนยุควัยดิจิตอลได้อย่างแท้จริงๆ  โดยล่าสุด Honda ได้บรรจงใส่ระบบอัจฉริยะในฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้แก่

  • ระบบแบบ City-Brake Active safety system (เบรคหน้าอัตโนมัติ)
  • ระบบควบคุมไฟหน้า, ระบบประหยัดพลังงานแบบ cruise control,
  • ระบบช่วงล่างแบบ Forward Collision Warning,
  • ระบบกันการเปลี่ยนเลนแบบ Lane Departure Warning
  • ระบบเตือนการจราจร (Traffic Sign Recognition)

 

ที่สำคัญเทคโนโลยีในการช่วยขับขี่และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยใน All New Honda Jazz ยังมีเสริมแบบอัดแน่นเต็มพิกัดให้คุณได้อุ่นใจอีก  อาทิ

  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง Vehicle Stability Assist,
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist,
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรคกระทันหัน Emergency Stop Signal,
  • ถุงลม 6 ตำแหน่ง และกล้องส่องภาพด้านหลังช่วยถอยปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (เฉพาะรุ่น V+, RS และ RS+)
  • และมุมกล้องที่สามารถเลือกมุมที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน

 

 

ปิดท้ายด้วยออฟชั่นภายในแบบจัดเต็มอย่าง

  • ระบบไร้กุญแจ ( keyless entry&go),
  • หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วแบบ infotainment system,
  • กล้องมองหลัง (reversing camera) และออฟชั่นเพิ่มเติมอื่นๆที่อาจจะมีออกมาอีกภายหลัง

ยังไม่นับรวมถึง ข้อดีที่เห็นได้ด้วยตาสัมผัสได้ด้วยใจของพื้นที่ใช้สอยภายในรถที่ให้คุณได้กว้างกว่า และมีพื้นที่เหนือศรีษะเหลือมากที่สุดในบรรดารถ Hatchback 5 ประตู   พื้นที่เก็บของท้ายรถขนได้มากมายจุใจ และสามารถพับเบาะหลังแนบสนิทกับพื้นได้อีก เพื่อเพิ่มพื้นที่ด้านหลังแบบดับเบิ้ล

 

เหตุผลมากมายหลายประการเช่นนี้  มนุษย์ยุคดิจิตอลอย่างเรา ใครจะอดใจไหว  ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งอยากสัมผัส ยิ่งได้สัมผัส ยิ่งอยากเป็นเจ้าของ…จริงไหมครับพี่น้อง…